เมื่อวานประกาศผลการตรวจศิลปนิพนธ์ครั้งที่ ๒ ไปแล้ว

ผ่านนนนนนน

โฮะๆๆๆๆ ได้คะแนนจากอ. ที่ปรึกษาท่านนึงเต็มด้วย ส่วนอีกท่านยังไม่เห็นคะแนน

 

แต่จะตรวจครั้งที่ ๓ ในอีกไม่ถึงเดือน T-T ทำหนังสือต้องทำเสร็จก่อนส่งประมาณอาทิตย์นึงด้วย เพื่อให้มีเวลาพิมพ์และเข้าเล่ม แถมช่วงนี้ป่วยอีก ฟืดฟาดๆทั้งวัน จามบ่อยมากๆ ปวดหัวด้วย ก็เลยนั่งๆ นอนๆ ไม่ทำงาน

 

 

 

 

 

 เข้าเรื่องๆ


ให้ลองทายดูเล่นๆ ว่าภาพต่อไปนี้เป็นภาพของอะไร

 

 

 


จะทายถูกกันไหมเนี่ย

 

 

 

 

 

เฉลยนะคะ

สองรูปแรกเป็นภาพที่แปลงมาจากบทกวีค่ะ

ส่วนอันสุดท้ายเป็นเพลง Like A Prayer ของMadonna ค่ะ

 

 

 

 

 

 

ปกติ แล้วเวลาเราต้องการสรุปข้อมูลเรามักจะสรุปออกมาในรูปแบบของกราฟ แผนภูมิต่างๆ แต่ถ้าเป็นข้อความเป็นข้อมูลยาวๆ เราจะทำอย่างไร???

Information Visualization เป็นการแปลงข้อมูลเป็นภาพค่ะ

อย่างตัวอย่างที่ให้ดูเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นคำหรือข้อมูลยาวๆ เยอะๆโดยที่ไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบของกราฟแบบที่เราเห็นอยู่ทั่วไป

มาดูรูปแรกแบบเต็มๆ กัน เขาทำเป็นโปสเตอร์งาน Poetry on the Road 

 

คนทำคือ Friederike Lambers, Boris Müller, Florian Pfeffer เขาทำกันเป็นทีมค่ะ เพราะต้องใช้การเขียนโปรแกรมมาช่วยแปลงข้อมูลเป็นภาพค่ะ กรอบสี่เหลี่ยมและสีของแต่ละกรอบจะแสดงถึงลักษณะของตัวอักษรแต่ละตัวค่ะ มุมที่เอียงจะแสดงถึงภาษาที่ใช้ค่ะ บทกวีที่นำมาใช้ก็เป็นบทกวีของผู้เข้าร่วมแสดงงานค่ะ

ตอนแรกอ่านๆ ข้อมูลดูก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ต้องทดลองเองค่ะ เค้ามีโปรแกรมตัวที่เค้าเขียนให้เราทดลองพิมพ์เข้าไปด้วยค่ะ

ทดลองคำแรก

 dinsorsign

 

 

I love You

 

 ทดลองกับภาษาไทยและตัวเลขแล้วมันไม่ออกมาค่ะ

ใครอยากเล่นบ้างที่นี่เลยค่ะ

http://www.esono.com/boris/projects/poetry02/visualpoetry02/poet_frame.html

 ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมก็ที่นี่ค่ะ

http://www.esono.com/boris/projects/poetry02/

 

 

 

 

 

 

 

 อันที่สอง ชอบอันนี้มากๆ สวยมากๆ

 แบบเต็มๆ เป็นโปสเตอร์เหมือนกันค่ะ

 


แบบซูม

แบบนี้จะดูซับซ้อนกว่าแบบแรก คือมีการแทนค่าตัวเลขแทนคำแต่ละคำ อย่างคำว่า "Poetry" ก็แทนค่าเป็น ๙๙  แต่ว่าคำที่ต่างกันก็สามารถมีเลขเหมือนกันได้ อย่าง เลข ๙๙ ก็อาจหมายถึง "thought" หรือ คำว่า "letters" ก็ได้ โดยเลขแต่ละตัวจะถูกแทนค่ามาเป็นวงแหวนสีแดงๆที่เห็นในภาพค่ะ ความหนาของวงแหวนจะขึ้นอยู่กับจำนวนของคำที่มีเลขเดียวกันค่ะ

เส้นผ่าศูนย์กลางจะขึ้นอยู่กับความยาวของบทกลอน อย่างวงๆ สีแดงก็จะแสดงค่าตัวเลข และเส้นสีเทาๆ ที่เชื่อมคำแต่ละคำของบทกลอนตามลำดับของคำ

งงไหมค่ะ คนเขียนงง - -''

 คงต้องลองเล่นดู แล้วจะเข้าใจ (แต่เราเล่นไมไ่ด้อ่ะ ต้องลง java ไรไม่รู้)

http://www.esono.com/boris/projects/poetry06/visualpoetry06/index.html

 ข้อมูลเพิ่มเติม

 http://www.esono.com/boris/projects/poetry06/

 

 

 

 

 

 

 

 อันสุดท้ายมาจากเพลง Like A Prayer ของMadonna ใช่ไหมค่ะ

เราลองมาดูเพลง Mary Had a Little Lamb หรือหนูมาลี พร้อมโน๊ตเพลงกันค่ะ 


 จะเห็นว่าโน๊ตที่เหมือนกันจะถูกโยงให้เชื่อมต่อเข้าหากัน จนเกิดเป็นจังหวะของโน๊ตแต่ละตัวค่ะ

ถ้าหากว่าเราทำแบบนี้ในทุกๆ แนวเพลง เราจะเห็นความแตกต่างของแต่ละแนวเพลงได้เลยค่ะ อย่างที่เห็นความแตกต่างของเพลงหนูมาลีกับเพลง Like A prayer ของMadonna ที่มีความซับซ้อนและจังหวะของเพลงที่แตกต่างกันค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.turbulence.org/Works/song/

 

 

 

 

 

มาถึงตรงนี้คงมีแต่คนสงสัยว่า...แล้วไอ้พวกนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรได้ จริงๆ แล้วพวกนี้เหมือนกับพวกกราฟ แผ่นภูมิ คือเป็นการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปที่เข้าใจง่ายขึ้น และหลายๆครั้งการรวบรวบข้อมูลในรูปแบบนี้ทำให้เราเห็นข้อมูลแฝงบางอย่าง หรือทำให้เราจับหลักสำคัญของข้อมูลได้

ที่เราชอบมากๆ คืองานชิ้นนี้ค่ะ


เป็นการรวบรวมคำจากบทสอน คัมภีร์ของแต่ละศาสนาค่ะ

 คือสีแต่ละสีจะแสดงถึงแต่ละศาสนา อย่างสีเหลืองก็พระพุทธศาสนาค่ะ คำที่อยู่ในครึ่งวงกลมก็คือคำที่มีการใช้มากที่สุด คำไหนใช้มากก็จะวงใหญ่ ใช้น้อยก็วงเล็ก แถบๆ สีเหลี่ยมข้างล่างคือคำที่มีการใช้เมื่อมีการใช้คำในครึ่งวงกลม

สิ่งเหล่านี้สื่อให้เห็นถึงประเด็นหลักๆ ของแต่ละศาสนา อย่างพระพุทธศาสนาก็ให้ความสำคัญกับคำว่า "YOU" คือตัวเรา ถ้าเป็นศาสนาคริสต์ก็ให้ความสำคัญกับ "LORD"

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีการใช้หลักการเดียวกันกับSpeech (แปลเป็นไทยว่าอะไรอ่ะ - -'' ) ของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอีกด้วยค่ะ ลองดูในนี้นะคะ

http://www.nytimes.com/imagepages/2007/12/15/us/politics/16debates.web.html

http://dowjonesinsight.blogspot.com/2008/03/economy-gathers-leading-spot-for-all.html

 มันบอกได้ว่า แต่ละคนให้ความสำคัญกับสิ่งใดบ้างค่ะ

 น่าจะมีคนทำของเลือกตั้งผู้ว่ากทม. บ้างเนอะ แอบอยากทำเหมือนกัน แต่ขี้เกียจมากกว่า ๕๕๕

 

 

 

 

 

 

สำหรับคนที่สนใจงานประเภทนี้ลองเข้าไปดูเว็บต่อไปนี้ได้ค่ะ

http://infosthetics.com/

 http://www.visualcomplexity.com/vc/

หรือหนังสือ  Data Flow: Visualising Information in Graphic Design มีขายที่ Asia Book ค่ะ

 หรือหาคำว่า Information Visualization, Data Visualization, Word Visualization อะไรประมาณนี้ในGoogle เทพเจ้าของเรา ๕๕๕

 

 

 สุดท้ายคนป่วยขอไปนอนต่อแล้วค่าาาาา

 

ปล. ไม่อยากบอกว่าชื่อเอ็นทรี่นี่คิดนานนะเนี่ย และคิดไม่ออกด้วย - -'' 

 

Edit แก้ไขคำว่า "ค่ะ" และ "คะ" ค่ะ ขอบคุณ คุณ hikaru มากค่ะ จริงๆ ปกติก็เขียนถูกแล้วแต่มีคนบอกให้แก้เราก็แก้หมดเลย ไม่รู้ว่าให้แก้เฉพาะคำว่า "นะคะ" ที่ไม่มีวรรณยุกต์

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบอันแรกมาเลยย อันที่สองเราเข้าด้วไฟฟ๊อกแล้วมันเออเร่ออ่าคร๋า หนุกๆๆbig smile big smile big smile
ถ้าจะถามว่าภาพสวยไหม ?
สำหรับเราๆ ว่าสวยดีนะ ศิลป์ๆ ดี

ถ้าถามต่อว่าเข้าใจความหมายรึปล่าว ?
บอกตามตรงเลย ไม่เข้าใจและออกจะเข้าใจยากสำหรับเรา

ทำให้เชื่ออีกอย่างนึงว่า
" จินตนาการ " ไม่มีเส้น ไม่ขอบ ไม่มีที่สุดจริงๆ เนอะ

#2 By moodee on 2008-12-23 18:07

Hot! ชอบเพลงมาดอนน่าจ้าbig smile
อ่านแล้วอยากคอมเม้นท์เป็น แปลงข้อมูลเป็นภาพแทน
แล้วจะอ่าน ออกเปล่า? ไม่ยักมีเวปที่เอารุปใส่แล้วแปลกลับเป็นภาษาด้วยเนอะ
ส่วน สามรูปบน ทายไม่ถูก แน่ๆ มึนงง แต่ภาพดูศิลปดี

สุดท้ายคนป่วยหายไวๆเด้อ big smile

#4 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2008-12-24 08:51

คิดได้ไงเนี่ย
คนทำโปรแกรมนี่ช่างคิดเนอะ
ทำออกมาแล้วสวยดีด้วย

#5 By PEACE on 2008-12-24 13:31

ชอบรูปที่เป็นโปสเตอร์กับกราฟมากกกกกๆๆเลย
สวยจังค่ะ

หายป่วยไวๆนะ cry
confused smile ว้าว เจ๋งมั่กๆ

#7 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-12-24 13:34

ชอบมากๆ เลยครับ เอนทรี่นี้ Hot!
ชอบเรื่อง Data Visualization เหมือนกันเลย
เอาอีกนะครับ ถ้ามีอีก confused smile
ชอบไอเดียจริงๆ

กำลังตันกับโปรเจ็คvisualizing อยู่พอดีเลยค่ะ sad smile
ได้เห็นแบบนี้แล้วมีแรงบันดาลใจขึ้นเยอะเลย ขอบคุณที่เอามาฝากกันนะคะ big smile

Hot!

#9 By moth on 2008-12-24 13:49

สุดยอด cry

ชอบมากเลยครับ เหมือนการเข้ารหัสข้อความเป็นภาพเลย

Hot!

#10 By NOT_KUNG on 2008-12-24 13:56

big smile สวยครับชอบแบบอันที่สองมันดูเป็นเรื่องราวดี

Hot!

#11 By iQ180 on 2008-12-24 14:09

ชอบมาก
แต่ถ้ามีโปรแกรมนี้แพร่หลาย
ใครๆก็เป็นจิตกรหนะสิ sad smile
มึนตึบ ไม่เห็นเข้าใจอะไรเลยembarrassed

เอาข้อมูลมาแปรรูปหรอ wink

#13 By ksuura on 2008-12-24 14:29

*** job by internet ***
ทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ท
จะทำเป็น part time หรือ full time ก็ได้
ใช้เวลาเพียง 2-5 ชั่วโมงต่อวัน
ไม่จำกัดอายุ เพศ การศึกษา
รายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถแต่ละคน
สนใจกรอกข้อมุลที่ http://doiop.com/460f48

#14 By s (222.123.189.175) on 2008-12-24 14:48

แนวมากเลยครับ
พึ่งจะไปลองมา...ชักติดใจแล้วสิcry

Hot!

#15 By robocon on 2008-12-24 15:15

สวยจริงๆค่ะ
คนคิดโปรแกรมนี้สุดยอดไปเลยHot!

#16 By แมวมะม่วง on 2008-12-24 15:56

ชอบๆๆ

#17 By hisonun on 2008-12-24 15:56

...
เห็นทีสิทแกแล้วอยากจะ กรี๊ดดดดดดดด
สูงเกินกว่าสติปัญญาวริศราจะรับได้

ชอบแมวจารย์เกริกก็ดี เตย เพราะเราซื้อโปสการ์ดมาฝากแกด้วย =3=
...

#18 By ~* SeLene *~ on 2008-12-24 16:10

สวยค่า


big smile

#19 By iDoi* on 2008-12-24 16:59

ท่านแชมป์ให้ดราก้อนบอลโอ๊วววว

นานๆจะเห็นสักที

มองไกลๆก็สวยแล้ว Zoom ยังเห็นรายละเอียดอีก

สุดยอด

สุโค่ย

#20 By Maxtrix™ on 2008-12-24 17:43

ยอดไปเลยครับ
แต่ไม่ค่อยเข้าใจอะ
เหอะๆquestion

#21 By DeathTheKid on 2008-12-24 18:14

แปลงข้อมูลเป็นศิลป์!!!!!

ผมชอบนะ คนเสพศิลป์จะเข้ารึรึเปล่าหว่า ^^''Hot!

#22 By on 2008-12-24 20:11

โห สุดยอดอ่ะะ

#23 By MiiNgOk on 2008-12-24 21:32

Hot!

เจ๋ง


#24 By quiescent on 2008-12-24 21:46

เอ่อ.... ลงท้ายประโยคบอกเล่า ถ้าไม่มีคำว่านะ (ในกรณี"นะคะ") ใช้คำว่า "ค่ะ" ไม่ใช่ "คะ" นะคะ - -"

เช่น "ลองเข้าไปดูในเว็บต่อไปนี้ได้ค่ะ"


ขอบคุณค่ะที่เอามาเผยแพร่ Hot!

#25 By hikaru on 2008-12-24 21:50

เจ๋งสุดๆไปเลยค่ะ cry Hot!

#26 By HOMO(sap)IENS on 2008-12-24 23:12

^-^'
....กราฟฟิคนี่มันก็ซับซ้อนเชียวนะ
'block cool!'

#28 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-12-24 23:37

sad smile ยากเนอะ เราเองก็ใช้วิธีลองออกเสียงดูน่ะค่ะ
ถ้าพูดค่ะ ก็พิมพ์ค่ะ พูดคะ ก็พิมพ์คะ

ป.ล. ขอบคุณเค้าในเอนทรีแบบนี้เค้าเขินแย่เลย -/////-"

#29 By hikaru on 2008-12-25 02:33

เจ๋งมากครับ ผมชอบอันแรกกะอันที่สองconfused smile

#30 By Sharpen_Thought on 2008-12-25 09:49

เพื่อนเราที่เรียนสถาปัตย์ก็เรียนเหมือนกันค่ะ เห็นมันบ่นแล้วบ่นอีกว่ายาก อะไรก็ไม่รู้ sad smile

#31 By Jasmine✿Lala~ on 2008-12-25 12:32

สุดยอด

#32 By Tentacle on 2008-12-25 12:55

เลิศไปเลยค่ะ Hot!

#33 By Sp@rk on 2008-12-25 14:33

แจ่มมมมมม...เลยนะ...big smile

#34 By thebang on 2008-12-25 14:43

แอบคิดว่า รูปแบบของอันที่สามนี่ เอาไว้ใช้กับเพลงที่ชอบแก้ตัวว่า "บังเอิญโน๊ตไปเหมือนเพลงดัง ทำไงได้ล่ะก็มันมีแค่7ตัวนี่นา" ได้รึเปล่านะ open-mounthed smile

#35 By LUMiN on 2008-12-25 14:50

ชอบอันที่2เวอร์ชันเต็มอ่ะ ติตส์สุดๆHot!

#36 By ลูกคนโตเอง on 2008-12-25 18:43

จากงานวิจัย ของนักวิทยาศาสตร์ อังกฤษ พ บ ว่ า
การที่ ชาว ฮันษา มีอายยืนกว่าคนทั่วไป
มาจากการบริโภคอาหารจำพวก พืช และ ถั่ว
แต่จากนี้ไปคนไทยจะมี อ า ย ยื น เ ห มื อ น กั บ ช า ว ฮั น ษ า
เพราะเราได้พัฒนา ให้สะดวกกว่าการเลือกกินพืชและถัว

wapurL.CO.uk/?GCZCC1V

#38 By (58.8.170.68) on 2008-12-26 05:32

ฮู้ สวยจางงงงง

คิดได้ไงเนอะ

สปีช คือสุนทรพจน์จ่ะ

#40 By ชุน on 2008-12-26 14:45

ที่สุด...open-mounthed smile surprised smile

#41 By KhAo-JaO on 2008-12-26 15:11

Hot!
อันที่สองนี่สวยมากๆ เลยนะคะ
เสียดายจัง เล่นไม่ได้เหมือนกัน

แต่อันเเรกนี่เราแปลงออกมาน่ารักกุ๊กกิ๊กมากเลยอะค่ะ

#42 By namnampai on 2008-12-26 21:35

Hot! แจ๋ว+ น่าสนใจมากๆค่ะHot!

#43 By (^_^)/nana on 2008-12-29 22:44

Thank you big smile

#44 By รับทำ seo (118.172.61.194) on 2009-01-18 17:08